Advertisement

ผู้เขียน หัวข้อ: ~ ข้าราชการพลเรือน กับ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ~ แบบไหนดีกว่ากัน  (อ่าน 92187 ครั้ง)

potjanate

  • ลูกบ้าน
  • *
  • กระทู้: 4
  • ราษฎรดีเด่น: +0/-0
ผมว่าอันไหนก็ดีหมดละครับขอให้ได้ทำงานมีเงินเดือน ไม่ตกงาน คนตกงานมีเยอะเราจะมานั่งว่างานนี้ดี ไม่ดี ไม่ได้หรอก ทุกท่านก็กินเงินภาษีประชาชนหมดละ (สูงตำที่ทำตัว ดีชั่วที่ตัวทำ)  ;)

ผู้เขียน หัวข้อ: ~ ข้าราชการพลเรือน กับ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ~ แบบไหนดีกว่ากัน  (อ่าน 92187 ครั้ง)
Advertisement

ลุงรัก

  • ปลัด
  • ****
  • กระทู้: 442
  • ราษฎรดีเด่น: +22/-0
ผมว่าอันไหนก็ดีหมดละครับขอให้ได้ทำงานมีเงินเดือน ไม่ตกงาน คนตกงานมีเยอะเราจะมานั่งว่างานนี้ดี ไม่ดี ไม่ได้หรอก ทุกท่านก็กินเงินภาษีประชาชนหมดละ (สูงตำที่ทำตัว ดีชั่วที่ตัวทำ)  ;)
อะไรก็แล้วแต่ ขอได้อยู่กับครอบครัว ดีสุด
ชีวิตสุขๆทุกข์ๆ   แต่ยังไงก็ไร้รัก

plum2553

  • บุคคลทั่วไป
ตอนนี้เป็นข้าราชการพลเรือน แล้วโอนไปท้องถิ่น ถ้าอยากโอนมาเป็นข้าราชการพลเรือนอีก สามารถโอนได้ไหม มีใครรู้บ้าง... ???
ได้ถ้าติดต่อที่จะไปได้ ก็ลองถามที่เก่าซิ้ เผื่อยังว่าง  แต่การโอนไปพลเรือนน่ะจะไม่ง่ายน๊ะ ถึงแม้จะมีตำแหน่งว่างแต่ทุกอย่างขึ้นอยุ่กับกรม แล้วนานมากกกก ขอบอก แต่ก็เอาใจช่วยล่ะกัน เข้าใจเข้าใจ  ;)

modernrock

  • ลูกบ้าน
  • *
  • กระทู้: 11
  • ราษฎรดีเด่น: +0/-0
   ผมเริ่มทำงานท้องถิ่นมาก่อน  ปัจจุบันเป็นข้าราชการพลเรือน สอบได้บัญชีของ ก.พ. แล้วโอนมา  ขอแชร์ประสบการณ์ให้ได้ทราบกัน ดังนี้ครับ
    - ทำงานท้องถิ่น ไม่ใช่ว่าสบาย หรือเช้าชามเย็นชามหรอกครับ  งานเยอะหากไม่มีเส้นสายใครทำงานดีเขาก็มักจะให้เราทำเสมอทำให้งานเราเยอะ ไม่มอบหมายให้คนอื่นทำมั่ง 
    - ส่วนนักบริหารของ อปท.ก็มักไม่ใช่นักบริหารแบบมืออาชีพ จริงอยู่เรียนจบปริญญาโทมาแต่ประสบการณ์ด้านการบริหารยังน้อยนิดหากเทียบกับข้าราชการพลเรือน  ระบบโครงสร้างองค์กร ระบบหนังสือ ระบบบริหารงานบุคคล ก็ทำไปตามมีตามเกิดถูกบ้างผิดบ้าง   อยู่ๆ สอบติดปลัดได้เป็นปลัด บริหารงานท้องถิ่นตั้งแต่เป็นข้าราชการเด็กๆ  ของข้าราชการพลเรือนกว่าจะได้เป็นหัวหน้าต้องผ่านงานมามาก ประสบการณ์มาก ทั้งบริหารงาน บริหารคน
   - ท้องถิ่น กิจกรรมเยอะ  ต้องรับใช้ประชาชน จนสมัยนี้ประชาชนไม่ค่อยพึ่งพาตัวเอง  มีอะไรก็ให้ อบต. เทศบาล ช่วยเหลือ  บางทีแม้แต่กิ่งไม้หักกลางถนนก็ไม่ตัดเองทั้งที่ไม่ได้หนักหนาอะไร  จนทำให้ภาคประชาชนอ่อนแอ ต้องพึ่งพิงราชการตลอดเวลา
   - นักการเมืองจะแคร์เสียงประชาชนมากๆ   แต่ไม่ค่อยแคร์ หรือรับฟังข้าราชการเท่าไรนัก
   - ทอ้งถิ่นทำงานหลายอย่าง เพราะราชการส่วนกลางถ่ายโอนภารกิจให้มาก  ตำแหน่งหนึ่งๆ อาจได้ทำงานสารพัดอย่างเกี่ยวข้องมั่ง ไม่เกี่ยวข้องมั่งกับหน้าที่ตัวเอง
   - นักการเมืองที่เข้าเป็นผู้บริหาร ใหม่ๆก็ดี แต่พอรู้จักช่องทางมากขึ้นก็เริ่มมีการทุจริตเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ  จะมีดีเป็นส่วนน้อย  บางอย่างเป็นสวัสดิการข้าราชการที่ได้รับตามกฎหมาย บางทีพี่แกไม่อยากให้เฉยเลย           ประชาชนมักจะรักนักการเมืองเพราะเอาใจประชาชนเก่ง  แต่ข้าราชการมักไม่ค่อยชอบเพราะโกงกินแทรกแซงการทำงานของฝ่ายปฏิบัติ
   - ท้องถิ่นมีหน่วยงานตรวจสอบเยอะ  สตง...ประชาชน   สภาท้องถิ่น   นายอำเภอ  ปปท.  หากนักการเมืองทำผิดข้าราชการก็มักขัดไม่ได้  เพราะเป็นผู้มีอำนาจให้คุณให้โทษได้
     ที่เล่ามาทั้งหมดเป็นบางส่วนครับ  แต่แง่ดีๆ ก็มี  เช่น อบรมมีมาก  โบนัส  ทำงานเชิงรุก  คิดโครงการได้เองว่าอยากจะทำอะไรเพื่อพัฒนา อปท. ดูงาน(ท่องเที่ยว) ฯลฯ  และหากท่านโชคดีได้ทำงานในท้องถิ่นที่ผู้บริหารดีๆ ก็ถือว่าท่านเลือกถูก  ก่อนไปท้องถิ่นให้ศึกษาให้ดีก่อน ที่สำคัญการเป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่หน่วยงานไหนก็ต้องปรับตัวกับวัฒนธรรมการทำงานให้ได้ครับ

bank49

  • ลูกบ้าน
  • *
  • กระทู้: 6
  • ราษฎรดีเด่น: +0/-0
  • เพศ: ชาย
  • พยายามทำให้ได้
    • อีเมล์
อยากทราบเรื่อง โบนัสอะคับ ท้องถิ่นได้ตอนไหนยังไงหรอคับ ได้ประมาณไหนคับ  ;)
แล้ว ถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจละคับ เป็นได้แต่ พนักงานราชการใช่ไหม มีโบนัสด้วยหรือป่าวคับ  :'(
ข้าราชการพลเรือน ไม่มีโบนัสหรอคับ ก้อเหมือนข้าราชการทหารใช่ไหมคับ   :-[
แล้ว ความเติบโตของข้าราชการพลเรือนเอาอะไรมาวัดคับ   8)
ถ้าตอนเข้าไปเป็นข้าราชการพลเรือน เข้าไปวุฒิ ปวส. หลังจากนั้นจบปริญญาตรี ตรงสายงานหรือไม่ตรงสายงาน จะสามารถปรับ ซี ได้รึป่าวคับ  :'(

คำถามของผมเหมือนมั่วๆ หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วยคับ  :-*

modernrock

  • ลูกบ้าน
  • *
  • กระทู้: 11
  • ราษฎรดีเด่น: +0/-0
  โบนัสท้องถิ่น 1-5 เท่าของเงินเดือน  แล้วแต่ผลการประเมินคะแนนซึ่งจะมีคณะกรรมการประเมินระดับจังหวัดเป็นผู้ตรวจซึ่งจะมีเกณฑ์กำหนดจำนวนโบนัสว่ากี่คะแนนจึงจะได้โบนัสกี่เท่า ทั้งนี้ อบต. เทศบาล จะต้องกำหนดไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณประจำปีด้วยว่ากำหนดโบนัสให้ทั้งหมดจำนวนกี่บาท  และงบประมาณด้านบุคลากรรวมโบนัสต้องไม่เกิน 40% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่รวมเงินอุดหนุน  เช่น ถ้าเงินเดือน  20,000  บาท  ได้โบนัส 3 เท่า ก็ประมาณ 60,000 บาท  แต่จะโดนหักจากใครบ้างก็อีกเรื่องหนึ่งนะต้องทำใจ
   ส่วนเรื่องซี หรือตำแหน่ง ว่าจะปรับได้หรือไม่หลังเรียนจบ  กรณีนี้ต้องดูก่อนว่ากรอบตำแหน่งนั้นกำหนดระดับไหนไว้  เช่น ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ กำหนดสายงานเริ่มต้นที่ระดับ 2 หากจบ ป.ตรี ก็ไม่สามารถนำวุฒิมาปรับให้ได้เงินเดือนปริญญาตรีแต่ก็เลื่อนขั้นเงินเดือนตามปกติครับ  เว้นแต่จะไปสอบเปลี่ยนสายงานเริ่มต้นระดับ 3 ถึงจะปรับตำแหน่งได้  รายละเอียดมีมากอธิบายได้ไม่หมด หากอ่านแล้วไม่เข้าใจก็ถามได้ครับ

avatar

  • ลูกบ้าน
  • *
  • กระทู้: 1
  • ราษฎรดีเด่น: +0/-0
เคยรับราชการทหาร (ประทวน) ไม่เชิงย้ายครับ สอบบรรจุใหม่มาอยู่กับครอบครัว ปัจจุบันเป็น"ชำนาญการพิเศษ"ในมหาวิทยาลัย
ผมว่าอยู่ที่ไหนก็ดีพอๆ กันแหละครับ บางท่านอยากทำงานกับนายที่มีความรู้ดี
นายของผมจบ ดร. ทั้งนั้น บางท่านก็ทำงานได้ไม่ตรงใจเรา แล้วพวกนี้หลอกยากกว่านายที่ไม่มีความรู้ซะอีก จะบอกให้
ผมว่าทนๆ ไปเถอะครับ อยู่เงียบเฉยๆ ไม่ยุ่ง ไม่ขัดเขา คงไม่ถึงกับฆ่าเราหรอกมั้ง
ผมอยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรทำมา 3 ปีกว่าแล้ว (อยากทำนะ แต่ไม่มีอะไรทำ)
ขั้นก็ได้ปกติ เบิกอะไรก็ได้หมด ไม่สน 2 ขั้น โบนัสปีที่แล้วได้ 200 กว่าบาท ลาไปเรียน ป.เอก ได้ด้วย คงไม่ย้ายแล้วล่ะครับ
รู้จักพี่คนนึงท่านเป็น"เชี่ยวชาญ" ทำงานดี เก่ง แต่นายไม่รัก ไม่ชอบ ท่านก็สัญจรทั่วประเทศ เงินเดือนรวมค่าวิทยากรเกือบ 7 หมื่นสบายเลย

ท้องถิ่น ก.พ.  ราชการทหาร มหาวิทยาลัย ก็ดีแต่ละอย่างต่างกันไปครับ

ถ้าจะย้ายเพราะเบื่อนาย ผมว่าทนเอาอย่าย้ายเลย นอกจากย้ายเพื่อดูแลพ่อแม่ กลับไปอยู่กับครอบครัวค่อยย้าย

p-i-a-k

  • ลูกบ้าน
  • *
  • กระทู้: 45
  • ราษฎรดีเด่น: +5/-0
  • เพศ: ชาย
  • "สูญสิ้นแล้วชื่นหวาน เคยพานพบ"
ผมว่าที่ไหนๆ ก็ไม่สำคัญหรอกครับ ขึ้นอยู่กับว่า เรามีความสุขกาย สบายใจหรือเปล่า แบบว่าคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก  จริงอยู่ เงินทอง ความก้าวหน้า ทุกๆคนล้วนปรารถนา ถ้าเลือกได้ ทุกคนๆก็อยากมี ทุกๆคนก็อยากได้ แต่ถ้าทุกอย่างในโลกนี้สมบูรณ์แบบไปหมด โลกนี้ก็คงไม่มีความแตกต่าง ไม่มีส่วนขาดส่วนเกิน  ไม่มีขาว ไม่มีดำ  พูดเหมือนปลงเลยเนาะ แต่ก้อยากย้ายกลับไปใช้ชีวิตแบบพอเพียงที่บ้านเรา(ยโสธร) มีที่เล็กๆสักแปลง  ปลูกผักปลูกหญ้า เลี้ยงปูเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ หากินตามประสา อีกหน้าที่หนึ่งก็พยายามเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะร่วมกันพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ ของพ่อแม่พี่น้องชาวบ้าน ลูกๆหลานๆ ให้ดีขึ้นเท่าที่ความรู้ความสามารถ ตำแหน่งหน้าที่ จะเอื้ออำนวย พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้  ได้แต่คิดและหวังครับ. ถ้าได้ทำได้ก็ดี ที่สุดแล้วก็แค่ความเห็นส่วนตัวในมุมมองหนึ่งแค่นั้นครับ. เพื่อนๆพี่น้องๆ ราชการส่วนไหนก็แล้วแต่ ว่างๆแอดมาคุยกันได้นะครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์การทำงาน เรื่องอื่นๆได้ ยินดีครับ p-i-a-k@hotmail.com เปี๊ยกครับ(บ่าวยโสคนผู้ฮ้าย บ้านบุ่งหวายบ้านอีแม่ คนอำเภอคำเขื่อนแก้วแท้ๆ ยโสธรพู้นบ่อนจังหวัด) เป็นกำลังใจให้กับทุกๆคนครับ.

nakwan6

  • ลูกบ้าน
  • *
  • กระทู้: 11
  • ราษฎรดีเด่น: +0/-0
มี ขรก.พลเรือนบางคนเห็นแก่โบนัส อยากไปท้องถิ่น นะตอนนั้น ญาติเป็นนายก อบต. แต่พอหมดสมัยตอนนี้อยากกลับก็กลับไม่ได้ อยู่ตรงไหน ถ้าเป็นกลางก็คนอยู่นะ

born

  • ลูกบ้าน
  • *
  • กระทู้: 25
  • ราษฎรดีเด่น: +0/-0
8)คำถามที่ตอบยาก เพราะคนแต่คนนิสัยไม่เหมือนกัน ชอบและไม่ชอบต่างกัน สรุปก็ถามใจตัวเองละกันนะ

ส่วนความคิดส่วนตัวนะคับ(ผิดถูกขอโทษทุกๆท่านล่วงหน้าด้วย)

เรื่องระบบงาน

ข้าราชการพลเรือน  มีหัวหน้าเป็นข้าราชการ(ผอ)   ทำงานเพื่อประชาชน

ข้าราชการส่วนท้องถิ่น  มีหัวหน้าเป็นประชาชน(นายก)  ทำงานเพื่อประชาชน

เรื่องเงิน

ผมว่าโบนัสหรืองเงินพิเเศษต่างมันก็มีทุกๆส่วนราชการ มันไม่ทำให้เรารวยหรอกคับ

ที่เหมือนกันที่สุด คือ

ข้ารับใช้แผ่นดิน ข้ารับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท อาชีพข้าราชการ จึงเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก

เงินเดือนผมว่าก็ไม่น้อยแล้วนะคับ  ถ้าเทียบกับสาขาทางบริหาร แต่ทางวิศวกรรมก็ยังน้อยอยู่

มันอยู่ที่ว่า ความพอ ของเรา มันอยุ่ ที่ตรงไหนเหรอคับ

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
สลากกินแบ่งรัฐบาลออกวันที่1กับวันที่เท่าไหร่:


Advertisement